เอกสารที่ต้องใช้ในการขายฝาก
รวมเอกสารที่ผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากต้องเตรียม ขั้นตอนจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน และข้อควรระวังก่อนเซ็น

ขายฝากต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น สัญญาที่ทำกันเองนอกสำนักงานที่ดินไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย การเตรียมเอกสารให้ครบจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด
เอกสารของผู้ขายฝาก (เจ้าของทรัพย์)
- โฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับจริง
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับจริง พร้อมสำเนาเซ็นรับรอง 2 ชุด
- หนังสือยินยอมคู่สมรส พร้อมทะเบียนสมรส หรือใบหย่า/ใบมรณบัตร แล้วแต่กรณี
- ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามีการเปลี่ยน)
- กรณีคอนโด ต้องมีหนังสือรับรองปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุด
- กรณีทรัพย์ติดจำนอง ต้องมียอดปิดหนี้จากธนาคารและนัดเจ้าหน้าที่ไปไถ่ถอนในวันเดียวกัน
เอกสารของผู้ซื้อฝาก (ผู้ให้เงิน)
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา
- หนังสือยินยอมคู่สมรส (ถ้าสมรส)
- กรณีเป็นนิติบุคคล ใช้หนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 1 เดือน บอจ.5 รายงานการประชุม และตราประทับ
ขั้นตอนในวันจดทะเบียน
1. ทั้งสองฝ่ายไปที่สำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่ รับคิวและแจ้งว่า "ขายฝาก"
2. กรอกคำขอและสัญญาขายฝาก ระบุราคาขายฝาก สินไถ่ กำหนดเวลาไถ่ และค่าตอบแทน
3. เจ้าพนักงานสอบสวนสิทธิและความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย
4. ชำระค่าธรรมเนียมและภาษี (ฐานเดียวกับการซื้อขาย)
5. ผู้ขายฝากรับเงินตามที่ตกลง แล้วเจ้าหน้าที่สลักหลังโฉนดเป็นชื่อผู้ซื้อฝาก
สิ่งที่ต้องระบุให้ชัดในสัญญา
- จำนวนเงินที่ได้รับจริง ต้องตรงกับที่เขียนในสัญญา
- สินไถ่ (จำนวนเงินที่ต้องใช้ไถ่คืน) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ค่าตอบแทนคิดได้ไม่เกิน 15% ต่อปี
- กำหนดเวลาไถ่ ต้องไม่น้อยกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี สำหรับที่อยู่อาศัยและที่ดินเกษตรกรรม
- วิธีชำระสินไถ่และช่องทางวางทรัพย์ที่สำนักงานวางทรัพย์กรณีผู้ซื้อฝากบ่ายเบี่ยงไม่รับเงิน
ข้อควรระวัง
- อย่าเซ็นเอกสารเปล่าหรือเอกสารที่ยังกรอกไม่ครบ
- อย่ารับเงินไม่ครบตามสัญญา และควรรับโอนผ่านบัญชีธนาคารเพื่อให้มีหลักฐาน
- ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนเป็นหนังสือก่อนครบกำหนดไถ่ 3-6 เดือน หากไม่แจ้ง สิทธิไถ่ของผู้ขายฝากจะขยายออกไปอีก 6 เดือน
- ระหว่างสัญญา ผู้ขายฝากยังมีสิทธิอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในทรัพย์โดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า
- เก็บสำเนาสัญญา ใบเสร็จ และหลักฐานการโอนเงินทุกครั้งไว้จนกว่าจะไถ่ถอนเสร็จสมบูรณ์
