ขายฝากกับจำนอง เลือกแบบไหนดี ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยง
เปรียบเทียบขายฝากและจำนองแบบเข้าใจง่าย ทั้งกรรมสิทธิ์ ดอกเบี้ย ระยะเวลาไถ่ถอน และข้อกฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝาก

เมื่อต้องการใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันเพื่อขอเงินก้อน มีสองทางเลือกหลักที่แตกต่างกันมากในเรื่องความเสี่ยง
จำนอง
- กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเดิม ธนาคารหรือผู้รับจำนองเพียงมีสิทธิเหนือทรัพย์เป็นประกัน
- หากผิดนัด ผู้รับจำนองต้องฟ้องบังคับคดีและขายทอดตลาด ใช้เวลานาน เจ้าของยังมีโอกาสแก้ไข
- อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายสำหรับบุคคลทั่วไปสูงสุด 15% ต่อปี ส่วนสถาบันการเงินเป็นไปตามประกาศธนาคาร
- วงเงินมักได้ประมาณ 30-50% ของราคาประเมินสำหรับผู้ให้กู้เอกชน
ขายฝาก
- กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากทันทีในวันจดทะเบียน โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนภายในกำหนด
- ได้วงเงินสูงกว่าจำนอง มักประมาณ 40-70% ของราคาประเมิน และอนุมัติเร็ว
- ความเสี่ยงสูงกว่า เพราะถ้าไม่ไถ่ภายในกำหนด กรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์
กฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย (พ.ศ. 2562) กำหนดสาระสำคัญไว้ เช่น
- กำหนดเวลาไถ่ต้องไม่น้อยกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี
- ค่าตอบแทนที่ผู้ซื้อฝากเรียกได้ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี
- ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนผู้ขายฝากเป็นหนังสือก่อนครบกำหนดไถ่ 3-6 เดือน หากไม่แจ้ง สิทธิไถ่จะขยายออกไปอีก 6 เดือน
- ผู้ขายฝากมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์ระหว่างสัญญาโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า
ควรเลือกอย่างไร
- ถ้าต้องการความปลอดภัยของกรรมสิทธิ์และมีเวลารอ ควรเลือกจำนองหรือสินเชื่อธนาคารก่อนเสมอ
- ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินเร็วและมั่นใจว่าจะมีเงินไถ่คืนแน่นอน ขายฝากเป็นทางเลือกได้ แต่ต้องอ่านสัญญาให้ละเอียด
- ทุกกรณีต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน สัญญาที่ทำกันเองไม่มีผลสมบูรณ์
- อย่ารับเงินไม่ครบตามที่ระบุในสัญญา และอย่าเซ็นเอกสารเปล่า
หากต้องการให้ทีมงานช่วยประเมินวงเงินเบื้องต้นและประสานพาร์ตเนอร์ สามารถยื่นเรื่องผ่านหน้าบริการการเงินของเว็บไซต์ได้
