← กลับหน้าบทความ
ซื้อ

เทคนิคเลือกซื้อบ้านมือสองอย่างไรให้คุ้มค่า

บ้านมือสองราคาดีกว่าบ้านใหม่ แต่มีต้นทุนแฝง รวม 7 จุดต้องเช็กและวิธีต่อรองให้ได้ราคาที่คุ้มจริง

เทคนิคเลือกซื้อบ้านมือสองอย่างไรให้คุ้มค่า
บ้านมือสองมักได้ทำเลดีกว่าและพื้นที่ใหญ่กว่าบ้านใหม่ในงบเท่ากัน แต่ราคาที่ถูกกว่ามาพร้อมงานซ่อมที่ต้องประเมินให้เป็น 1. ตรวจอายุและประวัติการดูแล ถามปีที่สร้าง ประวัติการรีโนเวท เคยเปลี่ยนหลังคา ระบบไฟ หรือระบบประปาเมื่อไร บ้านอายุเกิน 15 ปีที่ไม่เคยเปลี่ยนสายไฟ ควรเผื่องบเดินระบบใหม่ 2. เช็กโครงสร้างเป็นอันดับแรก รอยร้าวแนวเฉียงที่เสาหรือคาน พื้นทรุดต่างระดับ ประตูปิดไม่สนิทเพราะวงกบบิด เป็นสัญญาณของการทรุดตัว ซึ่งซ่อมแพงและอาจไม่คุ้ม ส่วนรอยร้าวลายงาบนผนังฉาบเป็นเรื่องปกติ 3. ตรวจการรั่วซึม ดูคราบน้ำใต้ฝ้า มุมผนังห้องน้ำ ใต้ระเบียง และรอบวงกบหน้าต่าง ถ้าไปดูหลังฝนตกจะเห็นชัดที่สุด 4. ทดสอบระบบจริงทุกจุด เปิดน้ำทุกก๊อกพร้อมกันดูแรงดัน กดชักโครกหลายครั้ง เปิดปิดสวิตช์และเบรกเกอร์ทุกตัว ทดสอบแอร์และเครื่องทำน้ำอุ่นที่จะรวมมากับบ้าน 5. ตรวจการต่อเติมว่าถูกกฎหมายหรือไม่ ส่วนต่อเติมที่ไม่ได้ขออนุญาต หรือสร้างชิดแนวเขตเกินกำหนด อาจถูกเพื่อนบ้านร้องเรียนภายหลัง และมักไม่ปรากฏในแบบแปลนที่ยื่นกู้ ทำให้ธนาคารประเมินราคาต่ำกว่าที่คิด 6. ตรวจเอกสารและภาระผูกพัน คัดสำเนาโฉนดดูสารบัญจดทะเบียน เช็กว่าติดจำนอง อายัด หรือมีภาระจำยอมหรือไม่ กรณีคอนโดให้ขอดูยอดค่าส่วนกลางค้างชำระ เพราะหนี้ส่วนนี้ติดไปกับห้อง 7. ตรวจสภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้าน ไปดูซ้ำคนละช่วงเวลา สังเกตน้ำท่วมขัง กลิ่น เสียง ที่จอดรถของเพื่อนบ้าน และสอบถามคนในซอยตรง ๆ ว่าย่านนี้มีปัญหาอะไรบ้าง ประเมินต้นทุนรวมก่อนต่อรอง ทำรายการงานซ่อมพร้อมราคาประมาณ เช่น ทาสีใหม่ทั้งหลัง 40,000-80,000 บาท เปลี่ยนกระเบื้องห้องน้ำ 30,000-60,000 บาทต่อห้อง เดินระบบไฟใหม่ 50,000-150,000 บาท แล้วใช้ตัวเลขนี้เป็นเหตุผลประกอบการต่อรอง การยื่นข้อเสนอพร้อมรายการซ่อมที่จับต้องได้ มีน้ำหนักกว่าการขอลดราคาลอย ๆ สุดท้าย อย่าลืมว่าราคาที่คุ้มค่าคือราคาซื้อบวกค่าซ่อมแล้วยังต่ำกว่าราคาตลาดของบ้านสภาพพร้อมอยู่ในทำเลเดียวกัน